มรดกธรรมจากคุณยายอาจารย์ฯ



ช่วยกันดูแลวัดวาอารามของเราให้สะอาด  ให้ร่มรื่น ซึ่งตอนที่คุณยายอาจารย์ฯ ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านถือว่า สิ่งนี้เป็นชีวิตจิตใจทีเดียว
ท่านบอกว่า วัดวาอารามที่สะอาด ร่มรื่น แสดงถึงจิตใจของผู้ที่มีคุณธรรม และเป็นการให้เกียรติผู้ที่มาเยี่ยมวัด ท่านถือว่า ตรงนั้นเป็นห้องรับแขก ถ้าเราทำวัดให้สกปรก ห้องน้ำไม่สะอาด เหมือนกับเราไม่ยินดีต้อนรับแขก
เพราะฉะนั้น เราจะต้องเคารพในปฏิสันถาร ในการต้อนรับแขกด้วยการช่วยกันทำความสะอาดวัด และอย่าให้มีสิ่งสกปรกรกรุงรัง นี่เป็นปฏิปทาของคุณยายตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ก็ขอให้ลูกหลานได้สืบทอดกันต่อไป
คุณครูไม่ใหญ่

๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๕

8

ชีวิตหลังความตายมีจริง


ชีวิตหลังความตายมีจริง
มีคติอยู่ ๒ ทาง คือ สุคติกับทุคติ
ตัดสินกันที่บุญและบาป
ใจใสหรือใจเศร้าหมอง
หากก่อนเดินทางไปสู่ปรโลกใจผ่องใสก็ไปดี  ถ้าใจเศร้าหมองก็ไปไม่ดี และคติทั้งสองนั้นยาวนานนัก  สุคติ สุขก็สุขนาน  ทุคติ ทุกข์ก็ทุกข์นาน 
ชีวิตหลังความตายไม่มีการทำมาหากิน เป็นอยู่ได้ด้วยบุญและบาปที่ตัวได้กระทำตอนเป็นมนุษย์
ชีวิตในสังสารวัฏนั้นมีแต่ทุกข์  มีทุกข์น้อย ทุกข์ปานกลาง ทุกข์มาก สุขไม่มีเลย  แต่พอทุกข์จนชาชิน พอทุกข์ลดลง เราก็เข้าใจว่า มันเป็นความสุข  แต่จริง ๆ แค่ทุกข์มันลดลง
เพราะฉะนั้น ในสังสารวัฏจึงน่าเบื่อหน่าย เหมือนกองเพลิงที่รุกโชนอยู่ จะต้องให้พ้นจากสังสารวัฏ แล้วไปสู่อายตนนิพพานให้ได้  ซึ่งเป็นบรมสุข และก็เป็นเอกันตบรมสุข สุขอย่างยิ่ง สุขอย่างเดียว ไม่มีทุกข์เจือเลย
เพราะเหตุนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้นำมาอบรมสั่งสอนให้เราได้ทราบเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้  เราจะได้ทำถูกต้อง ดำเนินชีวิตไม่ผิดพลาด
คุณครูไม่ใหญ่
  มิถุนายน  พ.ศ. ๒๕๔๗
1

วัตถุประสงค์และอานิสงค์ของการบวช

วัตถุประสงค์ของการบวชมีเพียงประการเดียว คือ  ทำพระนิพพานให้แจ้ง  ไม่ว่าจะบวชสั้นหรือบวชยาวก็ตาม แม้บวชเพียงวันเดียววัตถุประสงค์ก็ยังอย่างเดียวเท่านั้นคือ  ทำพระนิพพานให้แจ้ง
การบวชเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้งและตั้งใจทำอย่างนั้นจริง ๆ จึงจะได้ชื่อว่า เป็นเนื้อนาบุญ เป็นอายุพระศาสนา  ถูกวัตถุประสงค์ของการบวช  บวชอย่างนี้จึงจะมีอานิสงส์มากถึง ๖๔ กัป คือ ปิดประตูอบาย ไม่ต้องไปมหานรกถึง ๖๔ กัป จะเกิดกี่ครั้งก็แล้วแต่  ปิดประตูอบาย  ไม่ไปมหานรกสำหรับตัวเอง  โยมพ่อโยมแม่ก็ได้ครึ่งหนึ่ง  ๓๒  กัป  ผู้มาอนุโมทนาลดหย่อนลงไปตามส่วน  แต่ถ้าหลาย ๆ องค์ก็มาคูณกันไปเรื่อย ๆ แล้วแต่ว่าใครปลื้มมาก  ปลื้มน้อย  นี่ก็เป็นวัตถุประสงและอานิสงส์โดยย่อของการบวช
คุณครูไม่ใหญ่
๒๔  กรกฎาคม พ.. ๒๕๔๗
2

ชีวิตที่สัมบูรณ์




ชีวิตต้องเบิกบานด้วยตัวของเราเอง นี่เป็นเรื่องที่สำคัญและสูงส่งมาก
ถือว่า...สมหวังในชีวิต

เพราะเราไม่ต้องไปพึ่งพาสิ่งใดๆ ภายนอก
ต้องเป็นสุขได้ด้วยตัวของเราเอง

แม้อยู่เพียงลำพังที่ไหนก็แล้วแต่
พอหลับตาปุ๊บ...ก็หาความสุขได้

หลับตา ลืมตา นั่ง นอน ยืน เดิน
หาความสุขจากภายในได้

ความสุขที่ไม่มีขอบเขตจำกัด
หาได้อย่างง่าย ๆ
อย่างนี้ถึงจะเรียกว่า

ชีวิตที่ “สัมบูรณ์”


คุณครูไม่ใหญ่
11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
10

“บุญ” ส่งถึงกันได้



เมื่อเราทำบุญ แล้วอุทิศส่วนกุศลไปให้หมู่ญาติที่ละโลกไปแล้ว หมู่ญาติเขาก็จะอนุโมทนาสาธุการ  เมื่ออนุโมทนาสาธุการแล้ว
จากทุกข์มาก  ก็ทุกข์น้อย
ทุกข์น้อย  ก็พ้นทุกข์
สุขน้อย  ก็สุขมาก
สุขมากแล้ว  ก็มากเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ
ญาติที่ละโลกไปแล้วเมื่อพ้นทุกข์และมีสุขด้วยบุญที่เราอุทิศไปให้ เขาจะอนุโมทนาขอบคุณด้วยความซาบซึ้งที่พ้นจากทุกข์
พวกที่พ้นจากอบาย ก็จะดีใจมากเป็นพิเศษ จะลิงโลดใจตื่นเต้นอย่างออกนอกหน้า
ที่เขาอยู่ในสุคติภพ ก็จะมีอาการปลื้มใจ อย่างสงบเสงี่ยม แต่สง่างาม อาการก็จะแตกต่างกันไป
ส่วนผู้ที่ยังต้องเสวยวิบากเป็นสัตว์เดรัจฉานอยู่ ก็ต้องรอคอยจังหวะ แต่ก็ได้ลดหย่อนกระแสวิบากกรรมวิบัติบาปศักดิ์สิทธิ์ จากที่จะต้องใช้จำนวนมากชาติ ก็ลดหย่อนกันลงมา เพราะฉะนั้นบุญจึงเป็นทุกสิ่งในปรโลก
ผู้รับที่อยู่ในปรโลก
มีความปรารถนาบุญอย่างยิ่ง
เพราะบุญเป็นทุกสิ่งในปรโลก
เนื่องจากชีวิตในปรโลก ไม่มีการทำกิจแบบมนุษย์ ไม่ต้องทำมาหากิน ไม่มีการค้าขาย ไม่มีการทำไร่ ทำนา ทำสวน เป็นอยู่ได้ด้วยบุญและบาปที่กระทำไว้ตอนเป็นมนุษย์ เมื่อผู้มีชีวิตอยู่อุทิศส่วนกุศลไปให้ มันก็ตรงกับที่ผู้รับปรารถนา และก็ใช้ได้ด้วย
และเนื่องจากเขาได้ไปเห็นผลแห่งการกระทำแล้ว เขาจะตั้งจิตอธิษฐานให้เราสั่งสมแต่กุศลธรรมตลอดชีวิต  ให้เราเป็นผู้ไม่ประมาทในการสั่งสมบุญ  ไม่ให้มีความตระหนี่  ให้ทำทาน  ไม่หวนแหนทรัพย์ที่ได้มา  แล้วอำนวยพรให้เราเจริญรุ่งเรืองในการประกอบสัมมาอาชีวะ  ให้อยู่เย็นเป็นสุข  ต่างก็มีความปรารถนาดีซึ่งกันและกันอย่างนี้
คุณครูไม่ใหญ่
๖  ตุลาคม  .. ๒๕๔๕
5

ทำบุญเยอะแล้ว...ขอพักแป๊ป



อย่าเบื่อหน่ายในการสร้างบุญ
อย่าเกียจคร้านในการทำความเพียร
อย่าประมาทชะล่าใจว่า เราทำบุญมาเยอะแล้ว ขอพักก่อน แล้วค่อยไปทำบุญต่อไปในบุญข้างหน้า เพราะมีความคิดว่า จะทำทุก ๆ บุญเท่าที่ปัจจัยจะอำนวย ดังนั้นก็คอย project หน้า ถ้ามีบุญก็จะทำ
อย่างนี้ถือว่าประมาท เพราะวันพรุ่งนี้จะมีสำหรับเราหรือไม่ ยังไม่ทราบ เพราะมีตัวอย่างมากมายที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ในโลก  โดยเฉพาะเพื่อนสหธรรมิกที่ได้จากพวกเราไปในวัยที่เราคาดไม่ถึง  พบเห็นกันอยู่หลัด ๆ ก็มาพลัดพรากกันไป  เพราะฉะนั้นทุกบุญที่เกิดขึ้นทำไว้เถิด

สิ่งที่เราทำนั่นแหละ
คือของๆ เราอย่างแท้จริง
สิ่งที่เรายังไม่ได้ทำ ก็ยังไม่ใช่ของเรา
การชิงช่วงช่วงชิงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา
เราอาจจะถูกช่วงชิงไปทำอย่างอื่นให้หมดสิ้นไปก็ได้
หรือ...เราอาจตายก่อนก็ได้
เพราะฉะนั้น...อย่าประมาท

คุณครูไม่ใหญ่
  ตุลาคม  .. ๒๕๔๕


2

นรกสวรรค์มีจริง...พิสูจน์ได้



เรื่องนรกสวรรค์  อย่าเข้าใจเพียงว่า สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ เอาสวรรค์มาล่อ เอานรกมาขู่  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ไปรู้ไปเห็นมาด้วยญาณทัสนะอันบริสุทธิ์ที่ปราศจากอาสวกิเลส  ไปเห็นแล้วอาศัยมหากรุณาสงสารสรรพสัตว์ทั้งหลาย  จึงนำมาอบรมสั่งสอน  ไม่ใช่ต้องการให้มารักเคารพท่าน  เพราะพระองค์หมดกิเลสไปนิพพานแล้ว
ชีวิตตัดสินกันที่บุญและบาป  ก่อนเดินทางไปสู่ปรโลกว่า ใจใสหรือใจหมอง
ถ้าใจใสก็ไปสุคติ ใจหมองก็ไปทุคติ 
ปรโลกมีคติ ๒ ทาง คือ สุคติกับทุคติ คติทั้งสองนั้นยาวนานนัก 
สุคติ สุขก็สุขนาน  ทุคติ ทุกข์ก็ทุกข์นา
ชีวิตหลังความตาย ไม่มีการทำมาหากิน เป็นอยู่ได้ด้วยบุญและบาปที่ตัวได้กระทำตอนเป็นมนุษย์  
ชีวิตในสังสารวัฏมีแต่ความทุกข์ ทุกข์น้อย ทุกข์ปานกลาง ทุกข์มาก ความสุขไม่มีเลย  เราทุกข์จนชาชิน  เมื่อเจอความทุกข์ที่ลดลง ก็เข้าใจว่านี่คือความสุข  แต่แท้จริงคือความทุกข์ที่ลดลงเท่านั้น
เพราะฉะนั้น ชีวิตในสังสารวัฏจึงน่าเบื่อหน่าย เหมือนกองเพลิงที่ลุกโชนอยู่ตลอดเวลา จะต้องให้พ้นจากสังสารวัฏให้ได้  แล้วไปสู่อายตนนิพพานซึ่งเป็นบรมสุขและเป็นเอกันตบรมสุข สุขอย่างยิ่งสุขอย่างเดียวไม่มีทุกข์เจือเลย
เพราะเหตุนี้ พระพุทธองค์จึงได้นำความรู้มาสั่งสอนให้ชาวโลกได้ทราบเกี่ยวกับเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต  เราจะได้ปฏิบัติได้ถูกต้อง  ไม่ผิดพลาด
เรื่องนรกสวรรค์  ผู้ที่เขามีรู้มีญาณ เข้าถึงพระรัตนตรัยในตัวและได้ศึกษาวิชชาธรรมกาย  ในสมัยพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) เขาทำกันได้มากมาย ไปมาหาสู่กันเป็นปกติ  แล้วท่านสอนได้ด้วย  เป็นความรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ของเก่านำมาเป่าฝุ่นใหม่  เพราะฉะนั้นนรกสวรรค์จึงเป็นสิ่งที่มีจริง  แล้วสามารถพิสูจน์ได้ด้วยพุทธวิธี
จะไปเอากล้องส่องดวงดาวไปส่อง แล้วบอกว่าเห็นดวงดาว แต่ไม่เห็นนรกสวรรค์ เลยสรุปว่า ไม่มี มันไม่ถูกนะ  มันคนละเรื่อง  ต้องใช้เลนส์ใจส่องดู หรือสรุปว่า พิสูจน์ไม่ได้ก็ไม่ถูก ที่จริงยังไม่ได้พิสูจน์  ถ้าได้พิสูจน์ ก็พิสูจน์ได้ 
อุปกรณ์ที่จะไปศึกษา คือ พระธรรมกาย ซึ่งอยู่ในกลางกายของมนุษย์ทุกคน
ต้องเข้าถึงพระธรรมกายภายใน แล้วมาศึกษาวิชชาธรรมกาย  ทำตรงนี้ได้  การไปนรกสวรรค์ก็อยู่ในวิสัย 
เพราะฉะนั้น ใครที่ยังไม่ได้พิสูจน์  หรือได้พิสูจน์แต่ทำไม่ถูกหลักวิชชา  และพิสูจน์ยังไม่ได้  อย่าเพิ่งสรุปว่า  ตนเองทำไม่ได้ แล้วคนอื่นจะต้องทำไม่ได้  หรือสิ่งที่มีปรากฏในพระไตรปิฎกไม่จริง  อย่าเพิ่งสรุปอย่างนั้น  มันบาป  ต้องทำให้ถูกหลักวิชชา  เพราะคนที่เขาทำได้จริงมีอยู่  นี่เป็นสิ่งที่ทำให้คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหนักแน่นยิ่งขึ้น เมื่อพระเดชพระคุณหลวงปู่บังเกิดขึ้น

คุณครูไม่ใหญ่


11

ทำอย่างไรให้ชีวิตหลังเกษียณ เป็นชีวิตที่สง่างาม และทรงคุณค่า (วิธีแก้วัดร้างให้เป็นวัดรุ่ง)



“วัดร้าง” คือวัดที่เคยรุ่งในอดีต แต่ต่อมาเมื่อพุทธบริษัท ๔  ละเลยคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  สิ่งเหล่านี้ก็เลือนลางกันไป  วัดนั้นก็เลยไม่มีพระ กลายเป็นวัดร้างไปในที่สุด
วิธีแก้ไขวัดร้าง...แก้ไม่ยาก
ก็แค่เอาพระไปอยู่ในวัดนั้น
จากวัดร้างก็จะกลายเป็น...วัดรุ่ง
ผู้ที่ปลดเกษียณแล้ว  ผ่านชีวิตทางโลกมามาก ตั้งแต่จบการศึกษา ทำการงาน ผ่านการเป็นเจ้าคนนายคน ได้รับใช้สังคมกันมายาวนาน เมื่อถึงเวลาปลดเกษียณตามที่กำหนดกฎเกณฑ์เอาไว้บางแห่ง ๖๐ ปี บางแห่ง ๕๕ ปี หรือบางแห่งมีการเออลี่รีไทร์ (Early Retire) เพื่อจะเอาเวลาที่ยังพอมีเรี่ยวมีแรงมาทำสิ่งที่ดีงาม
สิ่งที่ดีที่สุดในความคิดของครูไม่ใหญ่มีความเห็นว่า
ทุกชีวิตต้องไปสู่ปรโลก   เมื่อปรโลกมีคติ  ๒ ทาง คือ สุคติและทุคติ  ซึ่งคติทั้งสองยาวนานมาก  มีทุกข์ก็ทุกข์นาน  มีสุขก็สุขนาน  และเขาตัดสินกันที่ความหมองความใสของใจ
เพราะฉะนั้น ชีวิตหลังปลดเกษียณ ควรจะเป็นช่วงที่ทำใจให้ใส ๆ ให้บริสุทธิ์  ฟื้นฟูระบบกล้ามเนื้อที่ไปหมักหมมกับสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์มาตลอด  ซึ่งจะมีผลในตอนใกล้ละโลก ทำให้ใจไม่ผ่องใส  จะต้องมาเคลียร์ระบบประสาทกล้ามเนื้อ และกระบวนความคิด คำพูด การกระทำ  ด้วยการระลึกนึกถึงพระรัตนตรัย  นึกถึงบุญ  สวดมนต์ไหว้พระ  เจริญภาวนา  ศึกษาธรรมะ  ฝึกฝนอบรมตนเองและสั่งสอนผู้อื่น  ใจจะได้ผ่องใส พอถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเข้าสู่สมรภูมิศึกชิงภพปิดงบดุลชีวิต ก็จะได้ไปแบบผู้ที่มีชัยชนะ ไปสู่สุคติโลกสวรรค์
ดังนั้นชีวิตช่วงสุดท้าย หลังจากปลดเกษียณแล้ว ควรจะไปบวชกันทั้งหญิงทั้งชาย  ผู้หญิงบวชใจแทน  ทำบุญตักบาตร  สวดมนต์ไหว้พระ  เจริญภาวนา  ไปบำรุงวัดวาอาราม  ช่วยปัดกวาดเสนาสนะ  ส่วนผู้ชายก็บวชเลย  บวชแล้วก็กราบลาพระอุปัชฌาย์ ขออนุญาตท่านมาอยู่วัดร้าง
เมื่อมาอยู่วัดร้าง ก็ดูแลทำความสะอาดกันไป ทั้งทำความสะอาดกาย วาจา ใจ ทั้งทำความสะอาดจีวร เสนาสนะ อาวาส ลานวัด โบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ ห้องน้ำ ห้องส้วม เอาไว้เป็นที่ต้อนรับแขกผู้มาเยือน 
เราเริ่มทำกันไปก่อนได้แค่ไหนแค่นั้น แล้วเดี๋ยวลูกหลานของเรา ใครจะปล่อยให้พ่อ ให้ปู่ ให้ตา ลำบากอย่างนั้น  เขาจะได้มีโอกาสเข้าวัดมาสนับสนุน  ไปทำความบริสุทธิ์กายวาจาใจ ได้ทำไวยาวัจมัย  ช่วยเหลือกิจการงานของพระศาสนา  ได้มาบำเพ็ญบุญ  เดี๋ยวคนโน้นเข้า คนนี้เข้า  ก็จะมีแต่สิ่งดี ๆ เกิดขึ้นตามมา  โดยเริ่มต้นกันทีละรูป สองรูป สามรูป  แล้วจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ
จะเป็นความชราที่สง่างาม และจะเป็นการสืบทอดอายุพระศาสนา วัดนั้นก็จะถูกฟื้นฟูให้เป็นแหล่งแห่งเนื้อนาบุญ  เป็นที่บำเพ็ญบุญ  บุญได้จากที่ผู้บวชตั้งใจบวชเป็นพระแท้ แม้บวชเพียงวันเดียวก็ได้ชื่อว่าเป็นเนื้อนาบุญ
โลกขาดเนื้อนาบุญไม่ได้ ถ้าทำบุญกับเนื้อนาบุญ จะช่วยย่นระยะทางไปสู่พระนิพพานให้สั้นลง  และผลบุญที่ทำถูกเนื้อนาบุญจะส่งผลเกินควรเกินคาดกว่าทำกับสิ่งที่ไม่ใช่เนื้อนาบุญ  
วัดตรงนั้นก็จะเป็นแหล่งแห่งความรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เป็นความรู้วิชชาชีวิตที่เราจะต้องได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต  ซึ่งไม่มีสอนในสถานที่ใดที่เหมาะสมเท่ากับที่วัด เพราะบรรยากาศเหมาะ มีโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ  มีพระประธาน มีพระธรรม มีพระสงฆ์
ชาวบ้านที่อยู่รอบ ๆ วัด เขาก็จะได้มีแหล่งตักตวงบุญ  ตักตวงความรู้  และเป็นแหล่งที่จะทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์อีกมากมาย  ลูกหลานของเราก็จะได้มีโอกาสไปบวช ไปได้รับการการอบรมบ่มนิสัย  ปลูกฝังขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม  พอวัดนั้นมีพระอยู่  เดี๋ยวก็จะชักชวนกันม
ถ้าทำกันได้อย่างนี้ แค่ปีเดียวจากวัดร้างก็จะกลายเป็นวัดรุ่ง แล้วจะเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง วัดจะเป็นสถานที่อบรมบ่มนิสัยทุก ๆ ชีวิตในสังคม ให้อยู่เย็นเป็นสุข เพราะฉะนั้นไม่ควรจะให้มีวัดร้าง แต่ควรเป็นวัดรุ่งหมดทั่วประเทศไทย

คุณครูไม่ใหญ่
๑๒  มิถุนายน  พ.ศ. ๒๕๔๖



3