บทสรุปงบดุลชีวิต



ตอนก่อนจะเดินทางไปสู่ปรโลก แทนที่จะตัดสินกันด้วยความชำนาญในอาชีพ ที่เราได้ฝึกฝนเลี้ยงชีพมาตลอดชีวิต หรือตัดสินจากการได้ครอบครองทรัพย์สิน มีลาภยศสรรเสริญ พวกพ้องบริวาร หล่อ รวย สวย ฉลาดก็หาไม่

แต่กลับไปตัดสินกันที่หมองกับใส ซึ่งเกิดจากบุญและบาปที่ได้กระทำไว้ เป็นบทสรุปงบดุลชีวิตในตอนนั้นว่า ใจใครจะผ่องใสหรือเศร้าหมอง

ถ้าใครใจใส...ก็ไปสุคติโลกสวรรค์
ถ้าใครใจหมอง...ก็ไปอบาย

      “หมองกับใส” ขึ้นอยู่กับการกระทำของเราตอนที่ยังแข็งแรงอยู่ ทั้งทางกาย วาจา ใจ ถ้าทำบุญ สร้างความดี ใจก็จะผ่องใส ไม่เศร้าหมอง ถ้าทำบาปใจก็เศร้าหมองไม่ผ่องใส ถ้าทำทั้งบุญทั้งบาป  ก็ขึ้นอยู่กับว่า  เราจะเปิดช่องไหนให้ใจรับ

สิ่งใดที่ทำเป็นอาจิณกรรม ทำบ่อย ๆ ภาพนั้นจะมาปรากฏก่อน  จะมาฉายให้เราเห็นอย่างต่อเนื่อง  เดี๋ยวภาพบุญบ้าง ภาพบาปบ้างสลับกันไป บางช่วงภาพบุญยาว  ภาพบาปสั้น บางช่วงภาพบาปยาว  ภาพบุญสั้น  สลับไปสลับมา แล้วเห็นอยู่คนเดียว  กองเชียร์อยู่รอบข้างไม่เห็น 

สำคัญภาพสุดท้าย...
ของใครได้ภาพที่ดี ก็ไปสุคติ 
ใครได้ภาพไม่ดี ก็ดึงดูดให้ไปอบาย
นี่บทสรุปของชีวิต...เขาสรุปกันตรงนี้

คุณครูไม่ใหญ่

๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๖
13

หลวงพ่อธัมมชโย : จิ้งหรีดน้อย...มึนหัวหรือยังเจ้า?



ชีวิตในสังสารวัฏ มีแต่บุญกับบาปเท่านั้นที่คอยพลัดผันชีวิตเราให้เป็นไปในเรื่องราวต่าง ๆ มีกฎแห่งกรรมซึ่งเป็นยิ่งกว่ากฎเหล็กทั้งหลายในโลก ที่คอยบังคับบัญชาสรรพสัตว์และสรรพสิ่งทั้งหลายอยู่ ใคร ๆ ก็ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ แม้บุคคลนั้นจะเชื่อหรือไม่เชื่อ จะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม ทุกคนล้วนตกเป็นเชลยอยู่ภายใต้กฎแห่งกรรมทั้งสิ้น ถ้าไม่รู้หรือไม่ได้ศึกษาเรื่องกฎแห่งกรรมการดำเนินชีวิตในสังสารวัฎอันตรายมาก
ชีวิตจะถูกเขาปั่นเหมือนจิ้งหรีดที่เขาเอามาปั่นหัวเล่น หรือถูกเขาเอาใส่ครกโขลกให้มีความทุกข์ทรมานตลอดเวลา บังคับให้เราทำไม่ดี ทั้งทางความคิด คำพูด และการกระทำ ทั้งบังคับและเอาวิบากมารองรับให้ไปทุกข์ทรมานในอบายอีกยาวนาน
พอหมดกรรมจากอบาย มาเกิดเป็นมนุษย์ใหม่ ทำให้ลืมเสียอีก ลืมเรื่องราวในอดีต ไม่เห็นเรื่องราวในอนาคต ไม่รู้เรื่องราวในปัจจุบัน  มีชีวิตอยู่กันไปวัน ๆ ถูกบังคับใหม่ บังคับซ้ำแล้วซ้ำอีก  ทำอีก  ลงไปอีก  ขึ้นมาอีก  วนเวียนกันอยู่ในสังสารวัฏอย่างนี้
แต่ถ้าหากว่า เป็นผู้รู้แต่ตกอยู่ภายใต้กฎแห่งกรรม เราก็ยังเป็นประดุจเชลยผู้รู้ แม้จะอยู่ภายใต้กฎแห่งกรรม ก็ยังสามารถประคองชีวิตให้รอดปลอดภัยได้  อย่างน้อยที่สุดก็จะทุกข์น้อยกว่าคนอื่นเขา  จะสุขมากกว่าคนอื่น  แล้วก็จะท่องเที่ยวอยู่ใน ๒ ภูมิเท่านั้น คือในมนุษยโลก กับในเทวโลก จากเทวโลกก็ลงมาในโลกมนุษย์ จากมนุษย์ไปเทวโลก
บุญบาปเขาชักใยกันอยู่เบื้องหลัง เราหนีไม่พ้น
เขาสร้างเรื่องราวอะไรกันมาตั้งแต่เกิด
ให้เป้าหมายเบี่ยงเบน ไม่รู้เรื่องบุญ เรื่องบาป
ให้ทำบาป แต่ไม่ให้สร้างบุญ
แล้วก็ให้ไปวุ่นวายกับธุรกิจการงานและครอบครัว
ให้เอาใจไปใช้แก้ปัญหาต่าง ๆ เพื่อให้หมดเวลากันไป
พอปัญหาผ่อนคลายก็ดึงเอาไปสนุกสนานไปเพลิดเพลิน
แล้วตอนสุดท้ายก็มาตัดสินกันด้วยบุญกับบาป

คุณครูไม่ใหญ่ 
๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๖




ศึกษาเพิ่ม***ปั่นจิ้งหรีด  


9

จิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมนำสุขมาให้



           ใจต้องฝึกฝน และทำให้เจริญให้มากๆ
ฝึกมากแล้วจะทำประโยชน์ให้ตนเองได้เป็นอย่างยิ่ง
จะเปลี่ยนจากปุถุชนให้เป็นอารยชนได้

ยกตัวอย่าง  คนเหมือนกัน  คนหนึ่งไม่โกรธ ใจดี มีเมตตา
ย่อมเป็นที่อยากเข้าใกล้ของคนทั่วไป
และถ้าใจรักษาคุณธรรมนี้ไว้มากๆ 
อาจทำให้น่ากราบไหว้  เป็นที่เคารพบูชา

เพียงไม่โกรธอย่างเดียวยังได้คุณวิเศษถึงเพียงนี้
ถ้าไม่โลภด้วยจะยิ่งดีมากกว่านี้หลายเท่า

สมกับพุทธภาษิตที่ว่า
ความสุขความเจริญทั้งมวลย่อมเกิดขึ้นจากใจก่อนทั้งสิ้น
เมื่อเปลี่ยนแปลงใจให้ดีแล้ว สิ่งดีๆ หลายอย่าง
 เช่น สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ
สิ่งดีๆ ทั้งหลายย่อมเป็นผลพลอยได้ตามมาด้วย 
ฉะนั้น ใจเป็นต้นเหตุของความสุขความเจริญทั้งมวล

ในชีวิตนี้ควรฝึกฝนใจ และให้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต
เพราะนอกจากเป็นแหล่งที่มาของบุญแล้ว
ยังนำมงคลทั้งหลายมาสู่ตนด้วย

(ธรรมะริมทาง)



0

หลวงพ่อธัมมชโย : เปิดเผยความในใจพระธัมมชโย !!!





ช่วยกันปกป้องพระพุทธศาสนากันนะ  
แล้วก็วิชชาธรรมกาย
ซึ่งเป็นเป็นวิธีการ
ที่จะให้เข้าถึงพระธรรมกายในตัว
นี่เป็นเป้าหลัก
เป้าหมายที่จะสอนให้ทุกคนเข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน  ถึงพระธรรมกายในตัว  เพราะถ้าเข้าถึงได้แล้ว ก็จะมีความสุข มีความเบิกบาน มีกำลังใจในการสร้างความดีเกิดขึ้นมากมาย จะเป็นคนดีในสังคม คนดีที่โลกต้องการ จะทำให้สังคมอยู่เย็นเป็นสุข

ย้ำอีกที ความตั้งใจหลวงพ่อมีเพียงประการเดียว
คือมุ่งที่จะแนะนำสั่งสอนให้ชาวโลกได้เข้าถึงธรรมกาย
ถ้าเขาเข้าถึงแล้ว เราก็มีความสุข มีปีติ
ตัวเขาก็มีความสุข เราก็มีความสุข มีเพียงแค่นี้เอง

ที่สร้างอะไรใหญ่โต ก็เพื่อรองรับมหาชนที่เขามากันมากมาย มาศึกษาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาปฏิบัติธรรม ไม่ได้มาทำความชั่วเลย ทำเพื่อการนี้เท่านั้น ไม่ใช่เพื่ออยากเด่นอยากดัง อยากเป็นใหญ่เป็นโต เป็นศูนย์อำนาจ ไม่เคยคิดเรื่องกะโหลกกะลาเหล่านี้ ไม่ได้สนใจเลย ถ้าสนใจสิ่งเหล่านี้ก็ไม่มาบวช บวชมาก็มุ่งอย่างนี้อย่างเดียว เพราะฉะนั้นไปบอกกันนะ ใครเข้าใจไม่ถูกต้อง ก็ให้เขาเข้าใจให้ถูกต้อง

คู่ต่อสู้ของหลวงพ่อ คือ เวลากับพญามารเท่านั้น
เพราะหลวงพ่อต้องแข่งกับเวลา
ต้องเอาชนะพญามารในตัว
คือกิเลสในใจยังมีอยู่ ความโลภ ความโกธร ความหลง
ต่อสู้กันอยู่ทุกวันเลย
ไม่ได้คิดไปสู้ใคร

เพราะฉะนั้น จะไปว่าร้ายใคร หลวงพ่อก็ทำไม่เป็น ไม่ได้ถูกฝึกฝนมาอย่างนั้น ใจมันก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น จะไปจ้วงจาบใคร จะไปว่าร้ายใคร มันทำไม่เป็น พระพุทธเจ้าท่านก็สอนว่า อนูปวาโท ไม่ว่าร้ายใคร ก็ทำอย่างนี้มาตลอด
คุณครูไม่ใหญ่
๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๒


34

หลวงพ่อธัมมชโย : วันอาทิตย์มาวัดกันค่ะ



การที่เรามาวัดวันอาทิตย์
เพื่อมาปฏิบัติธรรมร่วมกัน  
ให้เกิดพลังหมู่ในการฝึกใจ
ให้หยุดนิ่งกันไปเป็นทีม

เราจึงต้องให้ความสำคัญกับวันอาทิตย์
ให้ความสำคัญกับการฝึกใจให้หยุดนิ่งภายใน

เพราะนี่คือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับชีวิต
นอกนั้นไม่ใช่  
นอกนั้นเป็นเครื่องสนับสนุน

แต่การแสวงหาธรรมะ
เป็นเรื่องหลักของชีวิตเลย
เพราะจะทำให้เราสมปรารถนาในทุกสิ่ง
ที่มีประโยชน์ต่อชีวิตอย่างแท้จริง

คุณครูไม่ใหญ่
20 กันยายน พ.ศ. 2547


2

หลวงพ่อธัมมชโย : วจีกรรม





"วจีกรรม"
เป็นกรรมที่ทำง่าย
พลาดพลั้งได้ง่ายมาก
เพราะเราไม่มีความรู้สึกว่า
มันจะมีผลเสียอะไร

ถ้าทำบ่อย ๆ 
เป็นอาจิณกรรม หรือเป็นนิสัย
เวลาใกล้จะละโลกนี่สำคัญ
มันจะมาปรากฏให้เห็นในกรรมนิมิต
จิตจะเศร้าหมอง ไม่ผ่องใส
แล้วก็จะเห็นคตินิมิต
แล้วยิ่งถ้าหากเป็นครุกรรมด้วยแล้ว
น่ากลัวมาก ๆ ทีเดียว

คุณครูไม่ใหญ่

3 กันยายน พ.ศ. 2545
2

ถ้าบุญไม่ถึง ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ


 
ชีวิตขึ้นอยู่กับบุญบาปในตัว
จะประสบความสำเร็จอะไรสักอย่างในชีวิต
ต้องมีบุญอยู่เบื้องหลัง
บุญทำให้เรามีรูปสมบัติ มีทรัพย์สมบัติ มีคุณสมบัติที่สมบูรณ์ มีเหตุการณ์ดี สมองแจ่มใส ความคิดอ่านดี คาดการณ์อะไรต่าง ได้ดี แล้วความคิดนั้นถูกเสียด้วย เมื่อขยายมาสู่คำพูด คำพูดก็มีพลัง แจ่มแจ้ง ใครฟังแล้วก็เชื่อตาม ทำตาม พอลงมือทำทางกายมันก็ประสบความสำเร็จ
แต่พอถึงตรงนี้ ถ้าหากว่าขาดความรู้เรื่องบุญบาป เราก็มักจะคิดว่าเป็นเพราะความรู้ความสามารถของตัวเรา  แล้วตอนนี้อติมานะก็จะเข้ามา  จะมีทิฏฐิมานะว่า  เราเก่งด้วยฝีมือของเรา  เลยลืมคิดไปว่า  คนเก่งกว่าเราก็เยอะ แต่เขาไม่ประสบผลสำเร็จ จริง แล้วเราก็ไม่ได้เก่งเกินกว่าเขา  แต่เราประสบความสำเร็จ  เพราะว่าบุญนี่แหละมันอยู่ฉากหลัง
ต่อให้มือถึง ใจถึง ทีมถึง ทุนถึง
แต่ถ้าบุญไม่ถึง
ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ
แต่ถ้าบุญถึงสำเร็จ!
บุญบาปนี่แหละคอยชักใยอยู่ข้างหลัง
คุณครูไม่ใหญ่
มิถุนายน .. ๒๕๔๖


7

เรารักพระพุทธศาสนา



การโจมตีว่าร้าย โดยเริ่มต้นที่หลวงพ่อก่อน ว่าร้ายวัดพระธรรมกายยังไม่มีปัญหา แต่ไปกระทบสังฆมณฑล ทำให้ศรัทธาของพุทธศาสนิกชนคลอนแคลน มีหลายวัดจำนวนมากได้มาเล่าให้หลวงพ่อฟัง เดี๋ยวนี้พระเณรจะอดตายกันแล้ว ญาติโยมไม่ค่อยจะใส่บาตร ตักบาตรกัน เพราะว่าสับสนกับสื่อที่ออกไปอย่างนี้
เพราะฉะนั้น ใครไปตักเตือนสื่อได้ ก็ให้ไปตักเตือนกัน จะด้วยวิธีการใดก็ไปบอกเขาว่า อย่าไปทำ มันเป็นบาปกรรม เป็นสิ่งที่ไม่ดี พลอยทำให้คนอื่นเดือดร้อนด้วย เอาเฉพาะหลวงพ่อธัมมชโยเดือดร้อนองค์เดียวก็พอแล้ว อย่าไปทำให้คนอื่นเดือดร้อน
ช่วยกันปกป้องพระพุทธศาสนากันนะ แล้วก็วิชชาธรรมกาย ซึ่งเป็นวิชชาหรือเป็นวิธีการที่จะให้เข้าถึงธรรมกายในตัว นี่เป็นเป้าหลักทีเดียว เป้าหมายที่จะสอนให้ทุกคนเข้าถึงวิชชาธรรมกาย ถึงพระธรรมกายในตัว เพราะถ้าเข้าถึงได้แล้ว ก็จะมีความสุขมาก มีความเบิกบาน มีกำลังใจในการสร้างความดีเกิดขึ้นมากมาย จะเป็นคนดีในสังคม คนดีที่โลกต้องการ จะทำให้สังคมอยู่เย็นเป็นสุข 
ย้ำอีกที ความตั้งใจหลวงพ่อมีเพียงประการเดียว คือมุ่งที่จะแนะนำสั่งสอนให้ชาวโลกได้เข้าถึงธรรมกาย ถ้าเขาเข้าถึงแล้ว เราก็มีความสุข มีปีติ ตัวเขาก็มีความสุข เราก็มีความสุข มีเพียงแค่นี้เอง
ที่สร้างอะไรขึ้นมาใหญ่โตก็เพื่อรองรับมหาชนที่เขามากันมากมาย มาศึกษาวิชชาธรรมกาย มาปฏิบัติธรรม ไม่ได้มาทำความชั่วเลย ทำเพื่อการนี้เท่านั้น ไม่ใช่เพื่ออยากเด่นอยากดัง อยากเป็นใหญ่เป็นโต เป็นศูนย์อำนาจ ไม่เคยคิดเรื่องกะโหลกกะลาเหล่านี้ ไม่ได้สนใจเลย ถ้าสนใจสิ่งเหล่านี้ก็ไม่มาบวช บวชมาก็มุ่งอย่างนี้อย่างเดียว เพราะฉะนั้นไปบอกกันนะ ใครเข้าใจไม่ถูกต้อง ก็ให้เขาเข้าใจให้ถูกต้อง
ปัจจุบันนี้หลวงพ่อไม่ได้อดทนอะไรเลย ไม่ได้มีความรู้สึกอะไร เพราะเข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการให้มันเป็นไปยังไง เราเข้าใจเขาเสียแล้ว ใจเราก็สบาย มีปีติเบิกบานในคุณงามความดีที่ทำกันผ่านมา และที่กำลังจะทำกันต่อไป ไม่ว่าจะบีบบังคับหลวงพ่อไปอยู่ตรงไหน หลวงพ่อก็ยังต้องทำความดีต่อไป เป็นเรื่องเฉพาะตัวที่จะต้องช่วยตัวเองให้พ้นจากบ่าวจากทาสของพญามาร
คู่ต่อสู้ของหลวงพ่อก็คือ เวลากับพญามารเท่านั้น เพราะหลวงพ่อต้องแข่งกับเวลา ต้องเอาชนะพญามารในตัว คือกิเลสในใจยังมีอยู่ ความโลภ ความโกธร ความหลง ต่อสู้กันอยู่ทุกวันเลย ไม่ได้คิดไปสู้ใคร
เพราะฉะนั้น จะไปว่าร้ายใคร หลวงพ่อก็ทำไม่เป็น ไม่ได้ถูกฝึกฝนมาอย่างนั้น ใจมันก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น จะไปจ้วงจาบใคร จะไปว่าร้ายใคร มันทำไม่เป็น พระพุทธเจ้าท่านก็สอนว่า อนูปวาโท ไม่ว่าร้ายใคร ก็ทำมาตลอด ทำไปตามประสาอย่างนั้นแหละ
คุณครูไม่ใหญ่
๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๒


1

อาชีพที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงห้าม !!!


 

เราอย่ายินดีกับรายได้ที่มาจาก
การขายสุรา บุหรี่ และสิ่งเสพติดทั้งหลาย
ซึ่งถือเป็นมิจฉาอาชีวะ
เป็นมลพิษทั้งปัจจุบัน และในสังสารวัฏ

เลิกยึดถือทัศนะคติที่ว่า จะเป็นแมวขาวแมวดำก็ตามขอให้จับหนูได้ ซึ่งหมายความว่า จะประกอบอาชีพอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นมิจฉาอาชีวะหรือสัมมาอาชีวะ ขอให้ได้มาซึ่งเม็ดเงินเป็นใช้ได้ ความคิดอย่างนี้ไม่ถูกต้องตามหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนให้ประกอบสัมมาอาชีวะทางเดียวเท่านั้น ที่จะเป็นทางมาแห่งทรัพย์ให้เรานำมาหล่อเลี้ยงชีวิตครอบครัว และนำมาสร้างบารมีเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง ให้ทำอย่างนี้แค่นี้เท่านั้น ถ้าทำอย่างนี้จึงจะถูกหลักวิชชา ถูกมรรคมีองค์ คือ มีความเห็นถูก โดยเฉพาะมีความเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม

ถ้าเราไม่เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม ไม่เชื่อคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หิริโอตตัปปะก็ไม่เกิดขึ้น เมื่อไม่เกิด ก็มีโอกาสที่จะทำบาปอกุศลได้  เพราะไม่มีความละอายต่อการกระทำบาป  และไม่กลัวต่อผลของบาปที่จะเกิดขึ้น  แม้พระพุทธเจ้าจะตรัสสอนอย่างไรก็ไม่เชื่อ  เมื่อไม่เชื่อสัมมาทิฏฐิก็ไม่เกิด มรรคอื่น ก็ไม่ตามมา  เพราะฉะนั้นต้องเปลี่ยนทัศนคติกันใหม่ว่า เราจะประกอบเฉพาะอาชีพที่เป็นสัมมาอาชีวะเท่านั้น

หลายท่านอาจจะสงสัยว่า ทำไมบางคนที่ประกอบมิจฉาอาชีวะ ค้าขายสุราเมรัยบุหรี่แล้วปรากฏว่าเขากลับมีความเจริญรุ่งเรือง ได้รับการยกย่องในสังคม มีสุขภาพแข็งแรง โหงวเฮ้งดี มีพรรคพวกมาก และยังนำเงินไปบริจาคแบ่งปันให้กับคนอื่นอีก ไม่เห็นบาปกรรมจะส่งผลทันตาเห็นเลย ทั้ง ๆ ที่เงินที่ได้มานั้นได้มาจากความหายนะของเพื่อนมนุษย์ที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับหลาย ครอบครัว

เรื่องกฎแห่งกรรมเป็นเรื่องซับซ้อน
กรรมบางอย่างให้ผลในปัจจุบันทันตาเห็น
แต่บางอย่างก็ให้ผลหลังจากตายแล้ว
ซึ่งตาของเรามองไม่เห็น

เพราะฉะนั้น บุคคลเหล่านั้นที่เขายังเฟื่องฟูอยู่ เพราะบุญเก่าที่เขาเคยสร้างมหาทานบารมีทั้งในบุญเขตและนอกบุญเขต แล้วได้อธิษฐานจิตว่า ขอให้รวย ๆ  แต่ไม่มีคำว่า นิพพาน ปัจจโย โหตุ ขอให้เป็นปัจจัยในการบรรลุมรรคผลนิพพาน ซึ่งเป็นการอธิษฐานจิตที่ไม่ประกอบด้วยปัญญา ทำให้บาปอกุศลได้ช่อง นำเขามารวยด้วยมิจฉาอาชีวะ ให้รวยอย่างไม่มีทิศทาง และก็บดบังไม่ให้เขาเห็นผลของการกระทำในปรโลก ให้เห็นผลแต่ในมนุษยโลกว่า มีทรัพย์ มีคนนับหน้าถือตา มีเกียรติในสังคม และยังเห็นเขาใช้เศษเงินไปสร้างทานกุศลต่าง ทั้งในและนอกบุญเขต ก็เห็นกันอยู่แค่นั้น
เมื่อเรายังมองไม่เห็นผลกรรมด้วยตาของเรา และผลกรรมยังไม่ส่งผล จึงทำให้เราไม่ค่อยเชื่อกฎแห่งกรรมอย่างแท้จริง
 เราเป็นชาวพุทธ เป็นลูกพระพุทธเจ้า ก็ควรศึกษาคำสอนของพระองค์ และก็ต้องเชื่อพระปัญญาตรัสรู้ของพระองค์เป็นเบื้องต้น แล้วก็ลงมือปฏิบัติ พิสูจน์ว่าสิ่งที่พระองค์พูดนั้นเป็นจริงแค่ไหน ซึ่งอุปกรณ์ในการที่จะไปเรียนรู้ก็มีอยู่ในตัวของเรา ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ด้วยวิธีการคือทำใจหยุดกับนิ่งเท่านั้น ถ้าให้โอกาสกับตัวเอง เราก็ต้องเข้าถึงความจริงนั้นได้ ถ้าเราพิสูจน์ได้ เราก็เกิดความมั่นใจในคำสอนของพระพุทธเจ้า เมื่อเรามีความมั่นใจก็จะขยายความมั่นใจต่อ ไปยังบุคคลอื่น ความมั่นใจเท่านั้นจะสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นไปเรื่อย  เหมือนคลื่นลูกแล้วลูกเล่า เกิดขึ้นไปเรื่อย อย่างนั้น

คุณครูไม่ใหญ่
๑๘ กรกฎาคม .. ๒๕๔๖


7

นโยบาย 3 ป. โปรด ปราม ปราบ ยาเสพติด !!!



                 
เหล้า บุหรี่ ยาเสพติด สิ่งไม่ดีทั้งหลาย
เป็นสิ่งที่เราจะต้องทำให้หมดสิ้นไปจากโลก

                การจะแก้ปัญหาเหล่านี้ให้หมดไปได้นั้น ต้องช่วยกันทุกคน ทั้งบ้าน  วัด โรงเรียน ทั้งพุทธจักร อาณาจักร ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน และต้องใช้นโยบาย  ๓ ป. คือ โปรด  ปราม  ปราบ 
โปรด คือ ให้ความรู้ ให้ทุกคนเห็นโทษภัยของสุราเมรัย  บุหรี่ ยาเสพติดทั้งหลายว่า มีโทษภัยอย่างไรทั้งในปัจจุบัน ในปรโลก และในสังสารวัฏ อย่าเห็นแต่คุณเพียงด้านเดียวว่า ช่วยสร้างงาน  มีพนักงาน มีโรงงานสุราบุหรี่ แล้วมีรายได้กลับเข้ารัฐ  เพื่อจะนำรายได้นั้นกระจายไปสู่ส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ  แต่สิ่งที่ได้กับสิ่งที่เสียไปมันเปรียบเทียบกันไม่ได้เลย 

โทษในปัจจุบัน    ทำให้เสียเวลา เสียเงิน เสียทอง เสียผู้เสียคน เสียชีวิต
โทษในปรโลก     ทำให้เสียโอกาสไปสวรรค์ แต่กลับตกไปอบาย
โทษในสังสารวัฏ  เมื่อกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ ก็ต้องระทมทุกข์กันอีกยาวนาน

เพราะฉะนั้น ต้องโปรดก่อน คือ ให้ความรู้เหล่านี้ ซึ่งต้องช่วยกันทั้งพุทธจักร อาณาจักร  ทั้งบ้าน วัด โรงเรียน ทุกคนต้องช่วยกันให้ความรู้
ปราม เมื่อโปรดแล้วต้องปรามด้วยว่า อย่าทำสิ่งเหล่านี้  ทำแล้วมีโทษ  ทั้งปรับ ทั้งจำหรือจะมีมาตรการอะไรก็ว่ากันไป
ปราบ เมื่อทั้งโปรดทั้งปรามแล้วยังไม่เชื่อก็ถึงขั้นปราบ  ปราบก็ต้องปราบกันอย่างจริงจัง  ถ้าปราบกันจริง เดี๋ยวก็หมด แต่บางทีเขาจะมีวิธีการต่าง นานา ทำให้หมดอารมณ์ปราบ ก็เลยปราบกันไม่จริง  ทีนี้เมื่อปราบไม่จริงจึงไม่หมดไป  ก็เลยเป็นต้นแบบที่ไม่ดีให้แก่ผู้ที่เกิดมาในภายหลังซึ่งจะต้องเรียนรู้ใหม่ในโลกนี้
เพราะฉะนั้น ในยุคนี้ต้องเทเหล้าเผาบุหรี่  ทำสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นมาในโลกในยุคของเรา แล้วสิ่งดี จะเกิดขึ้นอย่างที่เรานึกไม่ถึงเลย 

คุณครูไม่ใหญ่
๑๙ พฤศจิกายน .. ๒๕๔๖


3