วิสาขบูชา


วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญอย่างยิ่งในทางพระพุทธศาสนา และเป็นวันสำคัญสากลของโลก ซึ่งเป็นวันที่พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน มาพ้องตรงในวันเดียวกัน คือเป็นวันมหัศจรรย์อย่างยิ่ง
การมาประสูติของพระพุทธองค์มีความอัศจรรย์อย่างยิ่ง ซึ่งก่อนที่พระองค์จะมาประสูติ เทวดา พรหม ทั่วหมื่นโลกธาตุ ก็ได้มากราบอาราธนาพระบรมโพธิสัตว์ที่บนสวรรค์ชั้นดุสิต เมื่อพระองค์พิจารณาเห็นสมควรก็รับอาราธนา
จากนั้นก็ทรงตรวจตราดูปัญจมหาวิโลกนะ คือ ทรงพิจารณาดูกาล ดูทวีป ประเทศ ตระกูล และพุทธมารดา ที่เหมาะสมต่อการมาเกิดสร้างบารมี เพื่อจะได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ แล้วก็จะได้โปรดสัตว์ให้หลุดพ้นจากทุกข์ภัยในวัฏสงสาร พระองค์มีบารมีที่เต็มเปี่ยมบริบูรณ์แล้ว
ครั้นประสูติก็ถึงพร้อมด้วยลักษณะมหาบุรุษครบถ้วนทุกประการ และในทันทีที่ประสูติก็ทรงพระดำเนินไปได้ ๗ ก้าว ทุกย่างก้าวก็จะมีดอกบัวผุดขึ้นมารองรับ จากนั้นได้ทรงเพ่งอาสภิวาจาว่า
เราเป็นผู้เลิศในโลก เราเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก ภพชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของเราแล้ว
ครั้นเมื่อเจริญวัยก็เป็นผู้เลิศกว่าใครๆ ในโลก ทรงมีพระปัญญาสว่างไสว สามารถสำเร็จความรู้ในศิลปศาสตร์ ๑๘ ประการ ภายใน ๗ วัน ต่อมาเมื่อทรงเห็นภัยในวัฏสงสารก็ทรงออกผนวช เพื่อแสวงหาทางพ้นทุกข์ ทรงบำเพ็ญเพียรอย่างกลั่นกล้า จนกระทั่งได้ตรัสรู้ ณ ภายใต้ควงไม้พระศรีมหาโพธิ์
ในวันตรัสรู้นั้น พระองค์ทรงมีพระทัยตั้งมั่นใจหยุดนิ่งได้อย่างสมบูรณ์ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ของพระองค์ท่าน
ในยามต้น ก็ได้เข้าถึงกายธรรมพระโสดาบัน บรรลุปุพเพนิวาสานุสติญาณ สามารถระลึกชาติหนหลังได้
ในยามที่ ๒ ก็ได้เข้าถึงกายธรรมพระอนาคามี บรรลุจุตูปปาตญาณ รู้แจ้งเห็นแจ้งการเกิด ดับ และการเวียนว่ายตายเกิดของสรรพสัตว์ทั้งหลาย
และในยามสุดท้าย ก็ได้บรรลุอาสวักขยญาณ สามารถกำจัดกิเลสอาสวะหมดสิ้นเชื้อไม่เหลือเศษ พร้อมกับได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
แล้วต่อมา พระพุทธองค์ก็ทรงเผยแผ่พระพุทธศาสนามาตลอด ๔๕ พรรษา ทรงบำเพ็ญพุทธกิจโปรดสรรพสัตว์ ทรงแสดงธรรมพร้อมอรรถะและพยัญชนะ งดงามทั้งเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลาย จวบจนวาระสุดท้ายก็ได้ปลงอายุสังขาร และได้ประทานปัจฉิมโอวาทเอาไว้ว่า
สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงยังประโยชน์ตนและผู้อื่น ให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด
จากนั้นก็ทรงเข้ามหาสมาบัติไม่ซ้ำมหาสมาบัติ แล้วก็เสด็จดับขันธปรินิพพานเข้าสู่อายตนนิพาน
ภายนอกทรงประสูติที่หนึ่ง ตรัสรู้ที่หนึ่ง และปรินิพพานอีกที่หนึ่ง แต่ในแง่การปฏิบัติภายในประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานอยู่ที่เดียวกัน คือที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ของพระองค์ท่าน ดังนั้นศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ จึงเป็นตำแหน่งที่สำคัญที่สุดในโลก เป็นทางไปของพระอริยเจ้า พระอรหันต์ เป็นทางบรรลุมรรคผลนิพพานของทุกๆ คนในโลก ที่จะต้องเอาใจมาหยุดนิ่งอยู่ที่ตรงนี้ เพื่อให้ได้บรรลุธรรม บรรลุวัตถุประสงค์ของชีวิตที่เกิดมาเป็นมามนุษย์ มาพบพระพุทธศาสนา ได้มีดวงตาเห็นธรรม
เพราะฉะนั้น วันนี้จึงเป็นวันที่มีความหมายต่อตัวเราและชาวโลกเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเพราะมีวันนี้เกิดขึ้น เราจึงมีโอกาสได้ยินได้ฟังพระธรรมคำสั่งสอนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า และได้รู้เรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต ได้รู้ถึงหนทางดับทุกข์ รวมทั้งได้ลงมือปฏิบัติไปเพื่อให้พ้นจากทุกข์เข้าถึงธรรม
คุณครูไม่ใหญ่

๑ มิถุนายน พ.. ๒๕๕๘

1 ความคิดเห็น: