กฎแห่งกรรม..ไม่รู้อันตราย

กฎแห่งกรรม..ไม่รู้อันตราย
เมื่อไม่รู้จะอ่านอะไร 3




๓๖.กฎแห่งกรรม

กฎแห่งกรรม คือ กฎแห่งการกระทำ
หรือ กฎแห่งเหตุและผล ประกอบเหตุอย่างนี้
ต้องไปมีผลอย่างนั้น ประสบผลอย่างนี้
เพราะประกอบเหตุมาอย่างนั้น
กรรม คือ การกระทำทางกาย ทางวาจา และทางใจ
จะดีหรือชั่ว เจตนาหรือไม่เจตนา จะน้อยหรือมาก
ล้วนมีผลทั้งสิ้น ที่ไม่มีผลไม่มีเลย
ผลบางอย่างปรากฏชัดในปัจจุบันทันตาเห็น
บางอย่างไม่เห็น เพราะเราตายเสียก่อน
แต่ว่าผลนั้นจะส่งต่อ ๆ กันไปหลังจากตายแล้ว
รวมทั้งเกิดใหม่อีกกี่ครั้งก็ยังต้องเจออีก

กฎหมายหรือกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในโลก ที่มนุษย์สมมติกันขึ้นมา
ยังหลีกเลี่ยงได้ ยังเปลี่ยนแปลงได้
ปีนี้ใช้อย่างนี้ ปีหน้าเปลี่ยนใหม่
แต่กฎแห่งกรรมไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
ทำอย่างไรได้อย่างนั้น
ปลูกถั่วก็ต้องเป็นถั่ว
ปลูกงาก็ต้องเป็นงา
ปลูกถั่วจะไปเป็นงาไม่ได้
ยกเว้นคนตาถั่ว
๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

๓๗.ไม่มีใครหนีพ้น

ทุกคนในโลก
ไม่อาจจะเลี่ยงกฎแห่งกรรมได้เลย
ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ศาสนา และเผ่าพันธุ์ใด
จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม
ทุกชีวิตในโลกนี้จะต้องตกอยู่ภายใต้กฎแห่งกรรมทั้งสิ้น
แม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันต์ทั้งหลาย
ซึ่งมีฤทธิ์ มีเดช สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้
ทำกิเลสอาสวะให้หมดสิ้นไปได้
แม้ภพสุดท้ายพระองค์ก็ยังต้องเผชิญกับกฎแห่งกรรม
๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

๓๘.หาเบื้องต้นไม่ได้

กฎแห่งกรรม มีมายาวนาน
ตั้งแต่เมื่อไรไม่มีใครรู้
แม้แต่พุทธญาณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
แต่ละพระองค์มาต่อ ๆ กันนับพระองค์ไม่ถ้วน
ยังหาเบื้องต้นว่า จะสิ้นสุดตรงไหน ยังไม่มีใครรู้
๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

๓๙.พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติ

“กฎแห่งกรรม”
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้เป็นผู้บัญญัติ
แต่มีผู้ที่เขาตั้งกฎนี้ขึ้นมา
เป็นผู้ที่มีฤทธิ์ มีอานุภาพมาก
เรามองไม่เห็นเขา เขาอยู่ในที่ลึกลับมาก ๆ
เป็นผู้อยู่ฉากหลังในทุก ๆ ชีวิต
ตลอดแสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาล
ไม่มีเว้นเลยสักรายเดียว
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปรู้ไปเห็นมาด้วยพุทธญาณอันบริสุทธิ์
เพราะความสงสารจึงได้นำมาสั่งสอนสัตวโลก
ให้รู้ให้เห็นเรื่องราวเหล่านี้
๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

๔๐.อย่าคิดว่า ไม่มีใครเห็น

การกระทำอะไรก็ตาม
ทั้งที่ลับที่แจ้ง
ใครจะเห็นหรือไม่เห็นก็แล้วแต่
แต่กฎแห่งกรรมเขาเห็น
และได้บันทึกติดเอาไว้ในตัวผู้กระทำ
๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

๔๑.ไม่รู้กฎ...อันตราย

กฎแห่งกรรมเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องศึกษา
ต้องเรียนรู้เอาไว้ ไม่รู้ อันตราย
ถ้ารู้แล้วเอาตัวรอดและปลอดภัยได้
แม้ยังไม่หมดกิเลส แต่ก็จะมีชีวิตอยู่ในสังสารวัฏ
ได้อย่างปลอดภัยจากอบาย เพราะว่าทำถูกหลักวิชชา
จะท่องเที่ยวสร้างบารมีอยู่แค่สองภพภูมิ
คือ ในมนุษย์กับเทวโลก
ไม่พลัดไปสู่อบายภูมิที่มีความทุกข์ทรมานมาก
ถ้าเราได้ศึกษาแล้ว ส่วนใหญ่จะสั่งสมบุญบารมีอย่างเดียว
โอกาสที่จะไปทำผิดทำพลาดจะมีน้อย
จะมีก็แค่พลาดพลั้ง เผอเรอ ประมาทเลินเล่อเท่านั้น
๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

๔๒.พุทธบริษัท ๔ ต้องศึกษา

ถ้าพุทธบริษัท ๔
ทั้งพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา
ศึกษาเรื่องกฎแห่งกรรมและมีความเชื่อมั่น
พระพุทธศาสนาก็จะมั่นคงเจริญรุ่งเรืองได้
ชาวโลกก็จะได้รับประโยชน์สุขอันยิ่งใหญ่
จากคำสอนของพระบรมศาสดา
หิริโอตตัปปะ คือ ความละอายต่อบาป
และเกรงกลัวต่อผลของบาปจะเกิดขึ้น
จะดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง จะละชั่ว ทำดี และทำใจให้ใส ๆ
ตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ความสุขก็จะเกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต
ไม่ต้องแวะเวียนท่องเที่ยวไปในอบายเลย
๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น