ศึกษาพระธรรมวินัย

ศึกษาพระธรรมวินัย
หนังสือพ่อสอนลูก




๓ ป. สืบต่อพุทธศาสตร์
          การที่พระพุทธศาสนาจะสืบทอดต่อมาเป็นที่พึ่งแก่มนุษย์และเทวดานั้น จะต้องประกอบไปด้วย ๓ ป. คือ ปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธ รวมทั้งเทศนาด้วย แต่หลักใหญ่ๆ นั้นคือ ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ๓ อย่างนี้เป็นหลักสำคัญให้พระพุทธศาสนาได้สืบทอดมาเป็นที่พึ่งแก่มนุษย์และเทวดาจนกระทั่งถึงเราในปัจจุบันนี้
ปริยัติ ไห้แก่การศึกษาธรรมวินัยในภาคทฤษฎี เพื่อให้เข้าใจแจ่มแจ้งถึงวิธีการปฏิบัติที่จะนำตัวเราให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ หลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง
          ปฏิบัติ คือการนำวิธีการที่ได้ศึกษาทางปริยัติจนกระทั่งเข้าใจแจ่มแจ้งดีแล้วมาปฏิบัติด้วยตัวของเราเอง ให้ได้เข้าถึงตามที่ได้ศึกษามานั้น

ปฏิเวธ คือผลแห่งการปฏิบัติ
          เทศนา ก็คือการถ่ายทอดประสบการณ์ภายใน หรือธรรมปฏิบัติที่ได้เข้าถึงนั้นให้แก่ผู้มีบุญทั้งหลาย พระพุทธศาสนาจึงสืบทอดมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้
(๑๙ พฤษภาคม ๒๕๔๐)


ลูกจะเพียรภาคทั้ง       ปริยัติ
ควบคู่ปฏิบัติ               หยุดไว้
ปฏิเวธแจ่มจรัส       แน่วแน่ ปณิธาน
เต็มหมด ๓ ป. ไซร้       ลูกแก้วธรรมกาย

ลูกๆ สามเณร



เออ ดีแล้วลูกเอ้ย          คิดดี
ขออย่าคิดบางที          เท่านั้น
ถ้าคิดคิดทั้งปี                  นะลูก
ชีวิตเราแสนสั้น           อย่ายั้งความเพียร

พระราชภาวนาวิสุทธิ์
(๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑)


ความสำคัญของการศึกษาพระธรรมวินัย
             คนเราที่เกิดมาในโลกนี้ หากไม่รู้ว่า ชีวิตคืออะไร มาจากไหน มาทำไม และเป้าหมายของชีวิตอยู่ที่ไหน จะเข้าถึงได้ด้วยวิธีการอย่างไรก็จะดำเนินชีวิตผิดพลาดล้มเหลวได้ การดำเนินชีวิตที่ผิดพลาดนั้นเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะจะทำไห้พลัดตกไปสู่อบายภูมิ คือไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เป็นเปรต อสุรกาย หรือสัตว์นรก เป็นเวลายาวนาน
             การมีชีวิตอยู่ในอบายภูมินั้น เป็นความทุกข์อย่างยิ่ง เพราะจะต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่างเว้นเลยแม้แต่อนุวินาทีเดียว ส่วนชีวิตของสัตว์เดรัจฉานซึ่งเรายังพอมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อนั้น แม้จะเป็นความทุกข์ที่ผ่อนคลายลงมาแล้ว ก็ยังมีความทุกข์ทรมานอยู่ ต้องมีชีวิตอยู่ด้วยความอดอยาก เบียดเบียนกัน มีความหวาดระแวงภัยอยู่ตลอดเวลา และเมื่อได้กลับมาเป็นมนุษย์ 
            เพราะกระแสกรรมนั้นเบาบางลง ก็จะเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตอยู่ด้วยความทุกข์ทรมาน กว่าจะมีโอกาสมาพบผู้รู้ ผู้รู้แจ้งเห็นจริงอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ยากนักทีเดียว เพราะเหตุนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสเอาไว้ว่า การเกิดเป็นมนุษย์เป็นของยาก และการที่จะได้มาพบพระพุทธเจ้า ได้ฟังธรรม ได้ปฏิบัติธรรม และเข้าถึงธรรมยิ่งยากกว่า
           มีเพียงพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น ที่จะเป็นประดุจแสงสว่างส่องทางชีวิต ให้เราดำเนินวิถีชีวิตในโลกนี้อย่างถูกต้อง นำมาซึ่งประโยชน์และความสุขในปัจจุบัน จนกระทั่งละโลกไปแล้วก็มีความสุขตลอดเวลา และถ้ามีบารมีแก่กล้าก็ทำให้เข้าถึงบรมสุขคือ อายตนนิพพานได้
           เพราะพระธรรมวินัยมีความสำคัญอย่างนี้ คณะสงฆ์จึงได้กำหนดให้มีการศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม เพื่อสืบทอดพระธรรมวินัยต่อกันมา เป็นการสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา โดยมีการสอบเทียบความรู้กัน แล้วเลื่อนชั้นขึ้นไปตามลำดับ
(๑๙ พฤษภาคม ๒๕๔๐)  


คุณพุทธเจ้าครอบฟ้า จักรวาล
ใดเล่าจักเปรียบปาน เทียบได้
แนะทางสู่นฤพาน         บรมสุข
ตรึกเอกายนมรรคไว้ แน่แท้เกษมศานต์

พระราชภาวนาวิสุทธิ์
(๑๐ มิถุนายน ๒๕๔๐)


นักบวชคือหัวใจของชาวโลก
หลวงพ่ออยากจะส่งเสริมการศึกษาค้นคว้าจนกระทั่งเจาะลึกไปถึงคำสอนดั้งเดิมในพระพุทธศาสนา อย่ากลัวว่าเราจะรู้ไม่ทันโลก แต่เรากำลังจะเรียนรู้เพื่อความเป็นนักบวชที่เป็นหัวใจของชาวโลก เพราะเมื่อศึกษาจนรู้แจ้งและสามารถนำมาประพฤติปฏิบัติ เติมความบริสุทธิ์ให้กับตนเองอยู่เสมอ ก็จะได้ชื่อว่าเป็นเนื้อนาบุญของโลก เป็นศูนย์รวมศรัทธา และย่อมจะเป็นผู้ชี้แนะแนวทางอันประเสริฐให้แก่ชาวโลกได้
(๑๘ พฤษภาคม ๒๕๔๑)


การศึกษาตามพุทธประสงค์
           การเรียนพระปริยัติธรรมนั้น พลวงพ่อไม่อยากให้เรียนเพียงแค่หวังให้สอบได้เท่านั้น แต่ต้องหวังว่า เราจะได้ความรู้จากพระปริยัติธรรมนั้น มาสอนตัวของเราให้เป็นพระที่สมบูรณ์ อย่างนี้จึงจะถูกต้องตรงตามพุทธประสงค์พระธรรมวินัยนั้น เป็นตัวแทนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทีเดียว การศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมจึงต้องเรียนด้วยความเคารพ เคารพในคำสอนของพระบรมศาสดา เคารพในผู้สอน เคารพในตัวของเราเองที่จะเป็นนักเรียนที่ดี 
           หากเราเรียนอย่างนี้จึงจะเรียกว่าบรรลุวัตถุประสงค์ของการศึกษาพระปริยัติธรรม คือศึกษามาเพื่อปฏิบัตินำสิ่งที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมานั้นมาตรวจตราสอนตัวของเราเอง มีสิ่งใดที่เรายังบกพร่อง ก็ทำสิ่งนั้นให้สมบูรณ์ขึ้น หากทำแบบนี้ได้ การบวชในภพนี้ชาตินี้ก็สมปรารถนา เราจะเป็นพระที่สมบูรณ์ทุกวันทุกคืนทีเดียว บุญกุศลก็จะเกิดขึ้นกับตัวเราเอง แก่โยมพ่อโยมแม่ แก่หมู่ญาติทั้งที่มีชีวิตอยู่และที่ละโลกไปแล้ว แก่สรรพสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงที่ไม่มีประมาณและแก่ผู้ที่จะมาในภายหลังที่จะได้ยึดถือเป็นแบบแผนต่อไป
(๑๒ กรกฎาคม ๒๕๔๐)


การศึกษาสำหรับผู้ครองผ้ากาสาวพัสตร์
            ตอนนี้ในวงการพระพุทธศาสนาในประเทศไทยของเรามีสองความคิดที่แตกต่างกันอยู่ ความคิดที่หนึ่ง เขาถือว่านักบวชอย่างลูกเณรนี้ ถือเป็นผู้ด้อยโอกาส คือไปทางโลกไม่ได้แล้วจึงมาบวช บวชเรียนแล้วก็ลาสิกขาไป แต่หลวงพ่อไม่คิดอย่างนั้น หลวงพ่อคิดว่า ผู้ที่มาเป็นนักบวชต้องเป็นผู้มีบุญ ไม่ว่าจุดกำเนิดของชีวิตจะเริ่มต้นมาจากตรงไหน ระดับไหน
            ตั้งแต่สมัยพุทธกาล ผู้ที่จะเข้ามาสู่ร่มเงาของพระพุทธศาสนาก็มาจากทุกระดับเลย จากจุดกำเนิดชีวิตที่หลากหลาย จากท้องนา มหาเศรษฐี จนถึงพระราชามหากษัตริย์ ก็รวมมาอยู่ในที่เดียวกัน เหมือนน้ำที่ไหลมาจากห้วย หนอง คลอง บึง พอลงไปอยู่ในทะเลก็มีรสเค็มเป็นอันเดียวกัน เพศนักบวชถือว่าเป็นสุดยอดของผู้มีบุญ และตราบใดที่เรายังอยู่ในเพศของนักบวช ครองผ้ากาสาวพัสตร์ สิ่งที่ควรจะศึกษามี ๓ อย่างคือ ไตรสิกขา ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา ไม่ใช่ศาสตร์อย่างอื่นเลย ต้องมาเรียนพระธรรมวินัย และเรียนเพื่อการพ้นโลก 
            ถ้าไม่ได้ครองผ้ากาสาวพัสตร์ เราจะไปศึกษาอะไรก็ได้ แต่ถ้าเราครองผ้ากาสาวพัสตร์ ฉันภัตตาหาร บริโภคปัจจัยสี่ที่ญาติโยมเขาเอาชีวิตเป็นเดิมพัน อาบเหงื่อต่างน้ำ กว่าจะได้ปัจจัยสี่มาถวายเราด้วยศรัทธา โดยหวังจะเอาบุญจากเรา แล้วสนับสนุนเราให้ประพฤติพรหมจรรย์อย่างนี้ ก็ต้องศึกษา ศีล สมาธิ ปัญญา เพื่อมุ่งไปสู่อายตนนิพพาน นี่คือวัตถุประสงค์
(๑๔ พฤษภาคม ๒๕๔๑)

อาภรณ์ชุดสุดท้าย กาสายะ
ชีพสุดท้ายคือพระ ผ่องแผ้ว
วิชชาสุดคือธรรมะ พุทธเจ้า
จารจดไว้ลูกแก้ว จักแคล้วบ่วงมาร

พระราชภาวนาวิสุทธิ์
(๑๐ มิถุนายน ๒๕๔๐)


ภาษาอังกฤษเพื่อเผยแพร่พระธรรมวินัย
            ชาวโลกกำลังต้องการสามเณรที่สมบูรณ์ไปด้วย ๓ ป. วัดพระธรรมกายจะต้องสร้างสามเณรที่โลกต้องการให้ได้ หลวงพ่อยังหวังตลอดเวลาว่า อยากให้ลูกเณรมีความรู้ภาษาอังกฤษ ลูกเณรยังอยู่ในวัยขนาดนี้  กำลังทรงจำได้ดี ต้องกล้าพูด กล้าแสดงออก ซึ่งลูกเณรจะทำได้ดีในช่วงนี้ ถ้าผ่านวัยนี้ไปแล้วเดี๋ยวจะล้าเสียก่อน
            ลูกเณรทุกองค์ต้องฝึกภาษาอังกฤษให้ได้ ไม่อย่างนั้นความรู้ที่เรามีอยู่จะมีประสิทธิภาพไม่เต็มที่ เพราะจะใช้ได้เฉพาะกับคนไทยเท่านั้น ขยายต่อไปไม่ได้ แม้เราไม่ได้ตระหนี่ความรู้ก็เหมือนตระหนี่ เพราะพูดกันไม่รู้เรื่อง สื่อสารกันไม่ได้ ผู้ที่มีกิเลสน้อยยังมีอยู่ในโลกนี้อีกเยอะ ที่อยากรับฟังคำสั่งสอนจากลูกเณร แต่เขาจะพลาดโอกาสถ้าลูกเณรสื่อสารกับเขาไม่ได้ หลวงพ่ออยากให้สื่อสารกันได้ ในเมื่อเรามีสิ่งที่มีคุณค่าอยู่ในตัว
            สิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดในโลกตอนนี้อยู่ในเมืองไทยนะจ๊ะ คือ พระพุทธศาสนา เพราะฉะนั้นลูกเณรต้องขวนขวาย ทำตัวของเราให้สมบูรณ์พร้อมที่จะเปิดเผยสิ่งที่มีคุณค่าต่อชาวโลก นี่คือสิ่งที่หลวงพ่ออยากให้เกิดขึ้นในยุคนี้ ยุคที่เรากำลังแข็งแรงกันอยู่ ทุ่มให้สุดตัวเลย ศึกษา ฝึกฝน สั่งสอน ปกป้องพระพุทธศาสนา ทำให้เต็มที่เลย แล้วขยายไปทั่วโลก 
            ลองคิดดูว่า ถ้าลูกเณรทุกองค์ปฏิบัติธรรมเข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน แตกฉานในพระไตรปิฎก แล้วยังมีความสามารถในภาษาอังกฤษ สามารถถ่ายทอดวิชาธรรมกายผ่านภาษาอังกฤษได้ด้วยแล้ว ลูกเณรว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะขยายพระพุทธศาสนาได้รวดเร็วเลย เพราะสื่อสารกันได้แล้วในไม่ช้าสันติสุขที่แท้จริงก็จะเกิดขึ้นกับโลก
(๑๘ มีนาคม ๒๕๓๖)

หากลูกนี้หมั่นย้ำ คำเตือน
หากลูกบ่ลืมเลือน พ่อชี้
หากลูกไม่แชเชือน หมั่นฝึก ฝนนา
หากลูกทำอย่างนี้ ลูกแก้วพุทธองค์

พระราชภาวนาวิสุทธิ์
(๑๑ มิถุนายน ๒๕๔๐)


ต้องไปพร้อมกัน
           ปริยัตินี้เป็นทางผ่าน เป็นแบบแผน หรือเป็นแผนผังให้เราได้ศึกษาว่า ในภาคทฤษฎีนั้นเป็นอย่างไร เพื่อที่จะก้าวไปสู่การปฏิบัติ แล้วเราจะได้นำมาเทียบเคียงกันว่า สิ่งที่เราปฏิบัติแล้วได้รู้ได้เห็นนั้น ถูกต้องตามทฤษฎีไหม ถ้าถูกต้องเหตุกับผลตรงกัน การปฏิบัติของเราก็ใช้ได้ เพราะฉะนั้น ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ จะต้องไปพร้อมๆ กัน จะแยกอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ จะรักปริยัติแต่เว้นการปฏิบัติก็ไม่ได้ จะรักการปฏิบัติแล้วทิ้งปริยัติก็ไม่ได้ หลวงพ่อจึงมักจะย้ำบ่อยๆ ว่า หลวงพ่ออยากให้ลูกทุกองค์เป็น นักบวช ๓ ป. คือสมบูรณ์พร้อม ทั้งปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เพื่อตัวของเราเองจะได้เข้าถึงที่พึ่งภายใน แล้วหลังจากนั้นจะได้เป็นที่พึ่งของผู้อื่นด้วย 
           ยังมีชาวโลกอีกมากมาย ที่ไม่เคยรู้เรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งที่มีอยู่ภายในตัวเลย เขาไม่เคยเฉลียวใจด้วยซ้ำไปว่าในตัวของเขานั้นมีธรรมกายอยู่ เพราะไม่ได้เฉลียวใจอย่างนี้ชีวิตจึงมีแต่ความทุกข์ทรมาน ได้แต่ดำเนินชีวิตไปเรื่อยเปื่อยไม่มีเป้าหมาย เมื่อตายแล้วก็มักจะตกไปสู่อบาย ผู้ที่ไปสู่สุคตินั้นมีน้อยมาก เปรียบเหมือนเขาโค ส่วนผู้ที่ไปตกนรกนั้นมีเป็นจำนวนมากเหมือนคนโค เขารอเราอยู่นะจ๊ะ ดังนั้น จึงเป็นภาระหน้าที่ของเรา 
           เมื่อเรารู้แล้ว เห็นแล้ว เราจะได้เป็นผู้ให้แสงสว่างแก่ชาวโลก มีความรู้อะไรในตัวเราก็แบ่งปันเป็นธรรมทานแก่เขา เขาจะได้ปฏิบัติได้ถูกต้อง คำว่า เทศนา จึงตามมา 
ถ้าเขาเป็นคนไทย เราก็ใช้ภาษาไทยในการเทศน์สอน แต่หากเขาเป็นชาวต่างชาติ เราก็ต้องใช้ภาษาต่างชาติซึ่งชาวโลกถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เขาใช้ภาษาอังกฤษ เราจึงต้องเป็นภาษาอังกฤษด้วย เพราะฉะนั้น ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เทศนา และภาษาอังกฤษจะต้องไปพร้อมๆ กัน
(๗ พฤษภาคม ๒๕๔๑)


นาคหลวง
          การได้เป็นนาคหลวง คือการได้รับพระราชทานอุปสมบทจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้ยากอย่างยิ่ง เมื่อได้รับพระราชทานแล้ว ก็หมายความว่าบัดนี้เราได้เป็นข้าราชการของพระองค์ด้วย จะต้องอุทิศตนรับใช้สนองพระองค์ในด้านพระพุทธศาสนาจนกว่าชีวิตจะหาไม่
          พระรูปใดที่สมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้า ทรงอัญชลีบูชาแล้ว แสดงว่าทรงยอมรับว่าองค์นี้เป็นเนื้อนาบุญ เพราะฉะนั้นลูกเณรต้องรักษาเกียรติอันนี้เอาไว้ให้ดี รักษาบุญลาภเอาไว้ให้ดียิ่งกว่าชีวิต เมื่อเป็นนาคหลวงแล้วจะต้องมีคุณธรรมสูงขึ้นตามไปด้วย สิ่งใดที่จะทำให้คุณธรรมสูงขึ้น เป็นพระที่สมบูรณ์ขึ้น ก็ให้ลูกทำสิ่งนั้น สิ่งใดที่จะทำให้ตกต่ำก็พึงเว้นเสีย ให้ตั้งใจทำสิ่งนี้ให้ดี จะได้เป็นที่ปลื้มปีติโสมนัสแด่พระองค์ท่านและทุกๆ คน
          การทำความดีนั้น ความดีก็เกิดขึ้นแก่ตัวของเราเป็นอันดับแรก ส่วนคนอื่นก็มีส่วนที่จะรองรับกันถัดๆ มา เพราะฉะนั้นลูกต้องรักษาความดีนี้ให้ยิ่งๆ ขึ้นไป อย่าให้ตกต่ำลงมา ชีวิตตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ให้ลูกยึดแบบของหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ ที่ท่านปฏิบัติเป็นแบบแผนไว้ให้เป็นอย่างดี คือเมื่อท่านบวชได้วันหนึ่ง รุ่งขึ้นอีกวันหนึ่งก็ปฏิบัติธรรมเรื่อยไป ไม่เคยขาดเลยแม้แต่วันเดียว จนกระทั่งหมดอายุขัย เป็นแบบอย่างที่ดีที่ลูกจะต้องยึดถือเอาไว้เป็นแบบฉบับ ย่ำเท้าตามท่าน ท่านก้าวเท้าซ้าย เราก็ก้าวเท้าซ้าย ท่านย่างเท้าขวา เราก็ย่างเท้าขวา เดินตามรอยท่านไป ทับรอยเท้ากันไปเลย จะได้เป็นเนื้อนาบุญของโลก เป็นประโยชน์ต่อชาวโลกทั้งหลาย
          ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ภารกิจของลูกเกี่ยวกับการศึกษาพระปริยัติธรรมได้สิ้นสุดไปในระดับหนึ่งแล้ว สิ่งที่ลูกจะต้องทำต่อไปก็คือ นำสิ่งที่ได้ศึกษาเล่าเรียนจากพระปริยัติธรรมนั้นมาสอนตัวของเราเอง ให้เป็นพระที่สมบูรณ์เป็นพระอริยเจ้าต่อไป ให้สมกับพุทธประสงค์ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสั่งสอนเอาไว้
(๑๒ กรกฎาคม ๒๕๔๐)


เปรียญธรรมคู่คุณธรรม
            เมื่อลูกมีเปรียญธรรมสูงขึ้น คุณธรรมก็ควรสูงขึ้นตามมาด้วย ให้มีกาย วาจา ใจ สะอาด บริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว เป็นพระที่สมบูรณ์ยิ่งๆ ขึ้นไป อย่าให้เปรียญธรรมที่เราได้มานั้นเป็นประดุจตอของวัฏฏะ คือกีดขวางหนทางไปสู่อายตนนิพพานอย่าได้เกิดมานะทิฏฐิว่า เราได้เปรียญธรรมประโยคสูงๆ แล้ว มีความรู้มากกว่าครูบาอาจารย์ของเรา 
            ซึ่งบางท่านก็ไม่ได้ศึกษาพระปริยัติธรรม จะด้วยเหตุผลอันใดก็ตามหรือบางท่านได้ศึกษาแต่ว่ามีเปรียญธรรมต่ำกว่าเรา ก็อย่าให้มานะทิฏฐิเกิดขึ้น จนกระทั่งคุณธรรมในตัวของเราลดลง ตรงกันข้าม ยิ่งมีเปรียญธรรมสูงขึ้น ยิ่งต้องมีความรู้สึกว่า เราจะต้องมีความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อครูบาอาจารย์เพิ่มขึ้น นั่นคือความน่ารักอย่างหนึ่ง เป็นการแสดงออกซึ่งคุณธรรมที่สูงขึ้น และจะเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อนสหธรรมิกทั้งหลาย
(๑๙ พฤษภาคม ๒๕๔๐)

อย่ายกตนเทียบแม้    ท่านใด
ไม่ว่าจะเป็นใคร    ก่อนกี้
จงดูที่ภายใน            ตัวเถิด
ลูกจักเลิศกว่านี้    เชี่ยวชั้นชาญวิชชา

พระราชภาวนาวิสุทธิ์
(๒๒ มิถุนายน ๒๕๔๐)


การศึกษาที่ต่อเนื่อง
          ขอให้ลูกคิดเสมอว่า เปรียญธรรม ๙ ประโยคที่เรียนจบนี้ เป็นเพียงหลักสูตรที่ทางคณะสงฆ์กำหนดเอาไว้ แต่ยังมีสิ่งที่เราจะต้องศึกษาต่อไปอีกว่า ทำอย่างไรกิเลสอาสวะในตัวของเราจึงจะหมดสิ้นไปได้ ต้องคิดอย่างนี้นะจ๊ะ แล้วมุ่งหน้าปฏิบัติธรรมให้เต็มที่ ให้ไปถึงจุดแห่งความบริสุทธิ์บริบูรณ์ให้ได้
(๑๙ พฤษภาคม ๒๕๔๐)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น